พันธุ์กล้วยไม้

 

พันธุ์กล้วยไม้

                ได้มีการส่งเสริมให้นำเอาพันธุ์ไม้   ซึ่งชนรุ่นก่อนๆได้นำเข้ามาจากต่างประเทศ   มาพิจารณาเน้นความสำคัญในด้านการผลิต เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ  ร่วมกันไปกับการชักจูงให้ประชาชน ได้สนใจพันธุ์กล้วยไม้พื้นเมืองที่มีอยู่ในประเทศไทย    เพื่อนำมาคัดพันธุ์  ผสมพันธุ์   และผลิตลูกผสมใหม่ๆ แปลกๆ    ออกมาสู่สังคมทั้งในและต่างประเทศด้วย

   สกุลกล้วยไม้ที่นิยมเลี้ยงกันในประเทศอย่างแพร่หลายมีตัวอย่างเช่น สกุลหวาย   คัทลียา   ออนซีเดียม  (Oncidium) แวนดา  ฟาแลนอปซิส (Phalaenopsis) รินคอสไทลิส หรือสกุลช้าง(Rhynchostylis) แมลงปอลาย (Arachnis)แอสโคเซนทรัมหรือเข็ม (Ascocentrum) และแวนดอปซิส (Vandopsis)เป็นต้น  กล้วยไม้สกุลต่างๆ ตามที่ได้ยกตัวอย่างมานี้ทั้งหมด  แม้จะมีบางสกุลและบางชนิดซึ่งถูกนำมาจากภูมิภาคอื่นของโลก แต่ก็ได้ปรากฏผลว่า   เจริญงอกงามดีในสภาพแวดล้อมของประเทศไทย  จึงได้มีการส่งเสริมให้ประชาชนสนใจ  และผสมพันธุ์ผลิตกล้วยไม้ลูกผสม ใหม่ๆ  มีลักษณะสวยงามในแบบแปลกออกไปอย่างกว้างขวาง    ทำให้ ประเทศไทยกลายเป็นประเทศหนึ่งซึ่งมีผลงานผสมพันธุ์กล้วยไม้เมืองร้อน เป็นที่รู้จักแพร่หลายในประเทศต่างๆทั่วโลก

สกุลเข็ม (Ascocentrum)

              กล้วยไม้สกุลนี้มีในบ้านเรา 3 ชนิด จากจำนวน 4 ชนิด และเป็นชนิดที่มีดอกสวยงามมากที่สุดคือ เข้มม่วง เข็มแดง และเข็มแสด ส่วนเข็มขาวและเข็มเหลือเป็นไม้ในสกุลแวนดา และเข็มหนูได้ย้ายไปไว้ในสกุล Smitinandia ซึ่งเพิ่งตั้งขึ้นใหม่ เข็มทั้ง 3 ชนิดที่กล่าวข้างต้นมีต้นและดอกเล็กแต่มีสีสันสดใสมาก เมื่องบานพรูพร้อมกันหลาย ๆ ช่อจึงดูสวยงามน่าดูมากเข้าลักษณะไม้แคระ (miniature) ได้เมื่อเที่ยบกับขนาดของแวนดาทั่วไป ปลูเลี้ยงง่าย ชอบ แดดโดคเฉพาะเข็มแสด และเข็มแดง ส่วนเข็มม่วงเลี้ยงยากกว่าและออกดอกยาวกว่าด้วย

เข็มม่วง (Asctm. ampullaceum)

            มีทรงต้นอ้วยล่ำกว่าชนิดอื่นใบกว่างแข็งออกซ้อนชิดกัน ปลายชี้ตั้งขึ้นยางประมาณ 15 ซม. ปลายใบตัดเป็นฟันแหลมไม่เท่กันก้านช่อตั้งเฉียงๆ ขนานกับใบยาวประมาณ 15 ซม. ดอกดกออกรอบก้านช่อตั้งแต่ฟันกาบใบขึ้นไปจำนวนดอกประมาณ 30ดอกต่อช่อ ดอกโตประมาณ 2 วม. สีม่วงแดง ปากเล็กแคบสีเหนือนวน ฤดูดอกในราวเดือนมีนาคมถึง พฤษภาคม และทนอยู๋ได้ 2 สัปดาห์

            เข็มม่วงมีถินกำเนิดบริเวณเดียวกับเข็มแดง แต่มักขึ้นอยู๋ในระดับสูงกว่า อากาศเย็นกว่าเมื่อนำมาปลูกเลี้ยงในกรุงเทพฯ จึงอ่านแอเน่าง่าย เมื่อได้รับความชื้นสูงต้องใช่วิธีแขวนไว้ในที่สู.ลมโกรกแต่ค่อนข้างร่มกว่าเข็มชนิดอื่นจึงพออยู่ได้ และออกดอกให้ชมบ้างใยบางปีและหลายช่อด้วย แต่ช่อมักสั้นกว่าปกติ

เข็มแดง (Asctm. curvfolium)

          ทรงต้นผอมบางกว่าเข็มแสดแดง ยาวราว 15-20 ซม. กก้านช่อตั้งแต่ไม่แข็มเท่าเข็มแสด ยาวแระมาณ 20 ซม. ขนาดดอกโดยประมาณ 1.5 ซม. หรือโตกว่าเล็กน้อยออกรอบก้านช่อเป็นระเบียบพองาม ดอกสีส้มอมแดงหรือข่อนข้างแดงสดใส่ปลายเส้นมีสีม่วงเมล์ดมะปรางดอกบานทนกว่า 2 สัปดาห์ ดอกออกในเดือน พฤษภาเลี้ยงในกรุงเทพฯ ต้องรดน้ำให้น้องลงก่อนถึง ฤดูดอกสัก 1-2 เดือนจะปล่อยออกดอกสม่ำเสมอดีขึ้น และควรปล่อยให้เป็นกอโตจะให้ดอกมากช่อขึ้น และกำเนิดโปรตีน แหล่งกำเนิดคิอในไทย พบตั้งแต่กาณจนะรุรีขึ้นไบจรถึงแม่ห้องสอนตามแนวไทย-พม่า

เข็มแสด (Asctm. miniatum)

            ลักษณะต้นเตี้ยแคระใบหนา แข็งซ้อนติดกันแน่น ต้นมักสูงไม่เกิน 30 ซม. แตกหน่อเป็นกอโต ขนาดใบกว่าง 1.5 ซม. ยาวประมาณ 10 ซม. ปกติสีเขียว แต่ถ้าได้แดดมากจะมีประสีม่วงบนใบมาก ก้านช่อแข็งตั้งตรงสูง ประมาณ 15 ซม. ดอกดกแน่นช่อ ช่อละประมาณ 50 ดอก ขนาด ดอกโต ประมาณ 1.5 ซม. ปลายกส้นเกสรเห็นเป็นจุดสีดำ สีส้มอ่อนไปจนถึงสีส้มแก่สดใสสะดุดตามาก พบขึ้นในป่าโปร่งแห้งแล้งทั่วไปในทุคภาพ ฤดูดอกในราวเดือน กุมภาพันธ์ถึง มีนาคม เลี้ยงง่ายออกดอกง่าย บองต้นออกดอกในระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนอีกครั้งหนึ่งก็มี

สกุลเอื้องกุหลาบ (Aerides)

            กล้วยไม้สกุลนี้เฉพาะที่พบในบ้านเรามี 8 ชนิดด้วยกัน โดยไม่นับรวมเอื้องกุหลาบหนวดพราหม์พมณ์ (Aer. mitrata) ที่ย้ายไปไว้ในสกุลใหม่เป็น Seidenfadenia mitrata เอื้งกุหลาเป็นพวกไม้อากาศที่เลี้ยงง่าย ยกเว้นบางชนิดที่ชอบอากาศเย็น ช่อห้อยหรือช่อโค้งลง ดอกสวยงาม แลบาางชนิดมีกลิ่นหอมคล้ายกุหลายก็มี คล้ายกลิ่นตะใครก็มี จึงเป็นกล้วยไม้ที่เหมาะสำหรับนำไปปลูกประดับสวนโดยห้อยไว้ตามคบไม้ กิ่งไม้และตอไม้หรือแม้แต่บนกำแพงหรือบนรั้วบ้าน เพื่อให้เจริญงอกงามเป็นกอใหญ่ต่อไป เมื่อถึงฤดูดอกจะออกหร้อมกันหลายสิบช่อน่าดูมาก ปละถ้าเป็นชนิดที่มีกลิ่นจะหอมตลบไปทั่วบริเวณ

เอื้องกุหลาบหระเป๋าปิด (Aer. odorata)

             หรือบางครั้งเรียกว่า เอื้งกุหลาบพวง เป็นชนิดที่พบแพร่หลายทั่วไปในทุคภาคของประเทศ ทรงต้นโปร่งยอดเลื้อยทอด ใบแบนยาว กว้าง 2-3 ซม. ยาว 20-30 ซม. ก้านช่อยาวประมาณ 20-30 ซม. ปลาบช่อโค้งลง ดอกออกรอบก้านช่อระยะพองาม ขนาดดอก 2.5-3 ซม. สีขาวแต้มชมพูที่ปลายกลีบและปลายปาก แผ่นปากเล็กมีหูปากหุ้มเส้นเกสรไว้ จึงเรียนว่ากระเป๋าเปิด และมีเดือยงอนชี้ไปข้างหน้า ดอกมีกลิ่นหอมแรงบานครั้งละหลายๆ ช่อในแต่ละยอด และบานเกือบจะหร้อมกันทั้งช่อ เนื่องจากเป็นชนิดที่มีการกระจายพันธ์กว้างขวาง จึงมีลักษณะแตกต่างกันมากพอสมควร ในบ้านเราที่ห็นเด่นชัดก็มี

เอื้องกุหลายมาลัยแดง (Aer. muliflora)

        ลักษณะทรงต้นล่ำสัน แข็งแรง เตี้ย ใบหนา ของใบห่อพับ ปลายใบโค้งลงออกซ้อนชิด ใบกว่างประมาณ 2.5-4 ซม. ยาว 15-25 ซม. ก้านช่อแข็ง โค้งลงหรือห้อย สีม่วงเข็มเกือยดำ ดอกดกออกแนานช่อ ขนาดดอกโตราว 3 ซม. พื้นสีขาวปลายกลีบแต้วสีม่สงแดง กลีบในประแต้มสีม่วงแดงแก่ แผ่นปากกว่างแบะยื่นออกเป็นรูปสามเหลี่ยม สีม่วงอดง พบตามป่าโปร่งแห้งแล้งหรือตามคบไม้ใหญ่ในทุ่มนา และชายป่าดงดิบทั่วไปในภาคเหนือ ตะวันตก ตะวันออกและตะวันออกเฉียงหนือ

เอื้องกุหลาบพวงชมพู (Aer. krabiensis)

        เป็นเอื้องกุหลาบที่เพิ่งพบกันเมื่อราว 10 ปีมานี้เอง และตั้งชื่อตามจัวหวัดที่พบครั้งแรก เป็นเอื้องกุหลาบขนาดย่อมและพบว่ามีขนาดเล็กแบบ miniature ด้วย คือเล็กกว่าต้นย่อมราวเท่าตัว และดอกเล็กกว่าด้วย ลักษณะทรงต้นเตี้ย ใบเล็กและหนาแข็ง กว้าง 1-2 ซม. ยาว 7-12 ซม. ถ้าเป็นชนิดต้นใบแผ่ แต่ถ้าเป็นชนิดต้นเล็กใบแคบเรียวยาวปลายโค้งใบออกซ้อยชิดกันพอประมาณก้านช่อดอกยาวมากเมื่อเทียบกับขนาดของต้นคือยาวประมาณ 15-25 ซม. ปลายช่อดอกที่ตอนปลายอืกราว 10 ซม. เท่านั้น ดอกย่อมโตประมาณ 1.2-1.8 ซม. สีชมพูสดไปจนถึงสีม่วงแดงแก่พบขึ้นตามภูเขาหินปูนตามเกาะและชายฝั่งทะเลในเขตจัวหวัดกระบี่ และพังงา

 ที่มา http://www.thaigoodview.com/library/studentshow/2549/m6-6/no38/orchid/sec04p03_7.htm


 


Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: